เม้าท์เรื่องหนังๆ
posted on 27 Feb 2008 17:03 by virginivi in Film-I-Likeการรอคอยที่แสนยาวนานมันสิ้นสุดลงแล้วเมื่อวาน
มีคนบอกว่าเวลาของคนคอยมักจะยาวนานกว่าคนปกติเสมอ ถ้างั้นไม่เป็นได้มั้ยคนคอยอะ...
ครั้งแรกที่ได้ข่าว ไม่ได้สนใจ... รู้สึกเธอไม่น่าสนใจ
นานๆไป ทำไมมีคนพูดถึงเธอเยอะจัง...เอ๊ะ ชักน่าสนใจแฮะ
พอเธอปรากฏตัว...ตั้งใจจะไปเจอ อยากรู้จัก
เธอยังอยู่... แต่ไม่มีโอกาสไปเจอเธอสักที ด้วยข้ออ้างสารพัด
แล้วเธอก็ไป... อะ อ้าว ยังไม่ได้เจอกันเลย ไปซะแล้ว เสียดายจัง
แล้วก็มีข่าวดี เธอจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับรูปโฉมใหม่... คราวนี้แหละไม่พลาดแน่
กลับมาคราวนี้เธอบอกจะมาแค่ 2 อาทิตย์ คิวเธอแน่นเอี๊ยด... หมดหวังเลย
มีคนอยากเจอเธอเยอะแยะ จาก 2 อาทิตย์ เธออยู่ต่ออีกเป็นเดือน... ได้คิวเธอมาแล้ว ^.^
แล้วการรอคอยที่แสนยาวนานก็สิ้นสุดลง..เมื่อวาน
โหววว อรัมบทอะไรมาตั้งยาวเนี่ย คือเมื่อวานเค้าไปดูรักแห่งสยาม ฉบับ Director Cut มา หนังยาวประมาณ 3 ชั่วโมงได้มั้ง รวม หนังตัวอย่าง กับ Delete scene อีกครึ่งชั่วโมง ก็เข้าโรงตอน หกโมงครึ่ง ออกมาอีกทีก็ 4 ทุ่ม โห คุ้มค่าจริงๆกับตั๋วแค่ 100 เดียว
และเมื่อวานก็เป็นครั้งแรกที่เค้าได้ไปดูหนังที่ House RCA
โหววว มันเท่ห์มากเลยอะ คือโรงฯมันอาจจะไม่ได้ใหญ่โต หรือ ไฮเทคเท่ากับโรงฯใหญ่ๆตามห้าง แต่มันก็ไม่ได้โบราณน่ารักษาเหมือนโรงฯแถวสยามเค้าชอบนะ ด้วยความที่ฉายหนังนอกกระแสมั้ง ทำให้ที่นี่คนค่อนข้างน้อย บรรยากาศมันเลยสบายๆ ไม่อึดอัด กอรปกับการตกแต่งที่ดูทันสมัยแต่เน้นความสบาย ทำให้รู้สึกว่าการมานั่งรอดูหนังที่นี่ไม่ทรมานเหมือนกับโรงอื่นๆ เสียอย่างเดียว จากบ้านเรามันมาลำบากชิบ
รักแห่งสยาม ถูกประนามว่าเป็นหนังเกย์ (แล้วไง หนังเกย์แล้วไงยะ)555+ ถ้ามันเป็นหนังเกย์จริงๆเค้าก็อยากจะพูดประโยคนี้ดังๆเหมือนกันแต่พอได้ดูแล้ว รักแห่งสยาม (DC) version ที่เค้าได้ดูนี้มันให้ความรู้สึกถึงความรักจนเรามองข้ามเรื่องเพศไป อันนี้จริงๆนะ ไม่ได้เว่อร์
หนังทำได้ดีทีเดียวแหละ ถ้าจะติก็ตรงฉากจูบของโต้งกะมิว ที่ดูแล้วไม่สวยเท่าที่ควรยังสู้ฉากจูบในหนังฝรั่งไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เค้า ชอบ และรู้สึกประทับใจกับหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรักของโต้งกะมิวหรอก แต่เป็นความรักของทุกๆคน ความรักที่ทุกคนมีให้ต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นความรักของมิวกับอาม่า ความรักของจูนต่อครอบครัวของโต้ง ความรักของคนในครอบครัวโต้งที่ถึงแม้บางครั้งมันอาจจะเป็นการทำร้ายกัน แต่นั่นก็เพราะรักไม่ใช่เหรอ ถึงได้ทำ
นั่นแหละ ชอบๆเค้าว่ารวมๆแล้วมันกลมกล่อมนะ ไม่ได้หวานจนเลี่ยนหรือขมขื่นจนกลืนไม่ลง ไหนๆก็ไหนๆละ ขอเม้าท์ต่ออีกนิดถึงคู่พระเอก-พระเอกของเรา โต้งกะมิวหนังเล่าว่าทั้ง 2 คนผูกพันธ์กันมาตั้งแต่เด็ก (แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลหรอกนะที่จะทำให้ทั้ง 2 คนกลายเป็นชายรักชาย มันคงมีอะไรมากกว่านั้นน่ะ ซึ่งเค้าก็..ไม่รู้เหมือนกัน) แต่ก็มีเรื่องให้ต้องแยกจากกันพอโตขึ้นมา เมื่อทั้ง 2 ได้มาพบกันอีกครั้ง ด้วยพื้นฐานที่ต่างก็เข้าใจกันอยู่แล้วกอรปกับปัญหาและช่วงวัยที่สับสน ทำให้ทั้งคู่มีความรู้สึกคลุมเครือระหว่างความรักแบบเพื่อนกับแฟน
นั่นสินะ ในเวลาที่เราสับสนและต้องการใครสักคน เรามักจะมองข้ามเรื่องเพศไป เราไม่ได้ต้องการผู้ชาย หรือผู้หญิงสักคนมาอยู่ข้างๆ แต่คนเราต้องการใครสักคน แค่ใครสักคน
เท่าที่ดู มิวคงค่อนข้างชัดเจนกับตัวเองพอสมควร แต่สำหรับโต้ง โต้งแบกความหวังของแม่ไว้ ในฐานะลูกชายคนเดียว เขาจึงทบทวนตัวเองและพยายามจะเดินบนทางที่สังคมเห็นว่าถูก นั่นแหละก็เขายังเด็กอยู่นี่นา หนังทำให้เรากลับไปคิดต่อว่าแล้วสรุปโต้งจะกลับไปเป็นผู้ชายปกติได้เหรอ หรือว่าจริงๆแล้วมันเป็นแค่ช่วงหนึ่งของชีวิตที่คนเราจะสับสน ซึ่งเมื่อมันผ่านไป ทุกอย่างก็จะกลับเป็นปกติ..นั่นสิ
พูดเรื่องหนัง เดือนนี้ดูหลายเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย เริ่มตั้งแต่ คริตกะจ๋า บ้าสุดๆ, ชาลี วิลสัน วอร์ และเรื่องก่อนหน้านี้ กอด
พูดถึงคริตกะจ๋าฯ ก่อนดีก่าหนังฮาดี ดูแล้วไม่ต้องคิดอะไร เพราะเรื่องแบบนี้มันไม่มีทางเกิดขึ้นกับเราอยู่แล้วก็แหม คนเราขับรถชนกันมีน้อยคนที่จะรอด รอดมาแล้วดันสลับร่างกันอีกแค่นั้นยังไม่พอยังเป็นการสลับร่างระหว่างเพศที่ 3 และ 4 ที่ชาวบ้านเรียกว่ากระเทยแล้วก็ทอมอีกตะหาก โหยยย อิมพอสสิเบิ้ลสุดๆแต่ก็นั่นแหละ มันก็ฮาดีเรื่องนี้เค้ายกเครดิตให้จ๋ามากกว่าใครเพื่อน เพราะ she เล่นได้เกินค่าตัวจริงๆเลย ถ้าใครดูแล้วไม่รู้สึกหลงรักผู้หญิงคนนี้ก็แปลกแล้ว
เล่าเรื่องหนังดีก่า เอ ว่าแต่ว่าชักงงงง เหมือนกันว่า Theme ของเรื่องคืออะไร ช่างเหอะๆ เอาเป็นว่ารักจ๋าชอบจ๋าก็อย่าพลาดเรื่องนี้ละกันเน้อ
ต่อมาก็ ชาลี วิลสัน วอร์ (Charlie Wilson’s War) อันนี้ไปดูเพราะมีชื่อเจ๊จู (Julia Roberts) เป็นดารานำแสดงด้วย แต่เอาเข้าจริง ไหงเจ๊แกได้ออกน้อยเดียวเองอะ เสียใจเลย
หนังดีมั้ย ไม่รู้สิเพราะเสียใจอยู่.. แง่ว ก็ไม่ถึงกะเลวร้ายอะไรน่ะ เพราะเค้าเล่าถึงวีรกรรมที่ผู้ชายคนนึง ก็อีตาชาลี (Charlie Wilson) นี่แหละ ที่ปกติจะดูเป็นเพลบอย ทำตัวเสเพลชอบสุราและนารี แต่เขาสามารถช่วยชาวอัฟกันให้สามารถลุกขึ้นมาขับไล่พวกโซเวียต ให้ออกไปจากประเทศตัวเองได้ เป็นไงล่ะ ดูเท่ห์ขึ้นมาทันตาเห็นเลยล่ะสิ ต้องยอมรับว่าพี่ทอม (Tom Hanks) แกเล่นได้ดีจริงๆแต่ว่าถ้าใครจะดูหนังเรื่องนี้ ต้องทำการบ้านมาก่อนพอสมควรว่าหนังจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับอะไรและวีรกรรมอันนี้เนี่ยมีความสำคัญยังไง เพราะมันจะช่วยให้ดูสนุกขึ้นอีกเยอะเลย
สำหรับประโยชน์ที่ได้จากหนังเรื่องนี้คือ สอนให้เรารู้จักปลงและต้องทำใจกับไอ้สิ่งที่เรียกว่าการเมือง เพราะมันเป็นอย่างนี้แหละ เออ อันนี้แถมนิดหนึ่ง มีหนังเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการเมืองนี่แหละ เค้าบอกไว้ว่า “นักการเมืองก็เหมือนผ้าอ้อม ที่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ เพราะเหตุผลเดียวกัน” เออ จริงแฮะ
และเรื่องสุดท้าย กอด
ที่ไปดูเรื่องนี้เนี่ยเพราะภาพโปสเตอร์ที่แปะอยู่เลยนะสวยดี ดูแล้วอุ่นๆ กอดของกระแตกับตุ้ยดูเป็นกอดที่ชวนให้รู้สึกดีที่สุดแล้วที่เค้าเคยเห็นมา มันดูอบอุ่น อิ่ม และก็ไม่แน่นจนเกินไปด้วย ชอบ
แต่หนังน่าจะตั้งชื่อใหม่นะ เพราะมันไม่ค่อยได้อารมณ์ตามชื่อเท่าไหร่เลย รู้สึกเหมือนถูกหลอกให้ไปดูยังไงไม่รุ (หรือว่าเค้าจะคิดมากไปเองหว่า)
อารมณ์หนัง คล้ายๆกับเราได้ดูชีวิตของผู้ชาย 3 แขนคนนึง ที่สูญเสียคนที่รัก และคิดว่าแขนที่เกินมานี่แหละที่ทำให้เกิดเรื่องแย่ๆ แต่จริงๆแล้วเขากำลังขาดอะไรบางอย่างตะหากละ เขาขาดคนจะคอยยืนอยู่ข้างๆ จนกระทั่งเขามาเจอผู้หญิงคนนึง เธอมาช่วยเติม จนเค้ารู้สึกเต็มอีกครั้ง เรื่องนี้ยกบทเด่นให้ตุ้ยแล้วก็มีกระแตมาช่วยเพิ่มสีสัน ซึ่งเธอก็ทำได้ดีมากๆ เพราะกระแตน่ารักเชียว แต่ไม่เข้าใจอย่างหนึ่ง ว่าทำไมต้องให้ผู้หญิงคนนี้เจอแต่ผู้ชายที่ลามกที่คิดจะข่มขืนเธอตลอดเวลา ซวยจริงๆเลย ผู้หญิงคนนี้
เมื่อกี้แวะไปอ่านบทวิจารณ์ กอด จาก blog อื่นๆมา รู้สึกเลยว่า โห..มันมีเรื่องราวซ่อนไว้มากมายขนาดนี้เลยเหรอ ยอมรับนะว่าหนังเค้าดีจริง ภาพสวย คนทำตั้งใจ แต่ว่าถ้าจะให้เข้าถึง ก็ค่อนข้างยากอยู่
ก็นั่นแหละ ถ้าใครชอบหนังแบบอาร์ทๆหน่อย ที่อารมณ์จะคล้ายๆ เฉิ่ม หรือ สยิว ก็ไปอุตหนุนเค้าหน่อยละกันนะ หนังดีๆ
เฮ้อ..เหนื่อยเลย :D
edit @ 27 Feb 2008 17:23:50 by คุณเธอ